บทความน่ารู้

จริงหรือไม่ ? อาหารตกพื้น 5 วินาที เชื้อโรคยังไม่เห็น ? 5 ข้อควรรู้ก่อนทาน “ทุเรียน” ทานไม่ระวังเสี่ยงเสียชีวิต ประวัติความเป็นมาของ วันพืชมงคล 9 ประโยชน์ดีๆ ที่ไม่ควรมองข้ามของ “น้ำมะพร้าว” แพทย์เตือน! กินจุแต่ผอม สัญญาณอันตรายของโรคเบาหวาน ไม่น่าเชื่อ! อาหารไม่หวาน ที่เสี่ยงโรคเบาหวานสุดๆ เด็กนอนกรน อย่านิ่งนอนใจ อาจเสี่ยง "นอนคลีน" เทรนด์สุขภาพแบบใหม่ ทำทุกวัน เฮลธ์ตี้ทุกวัน ไม่อยากเป็น “มะเร็งตับ” ลดความเสี่ยงด้วย “กาแฟ” โลกนี้ไม่ได้มีแค่ 'Bitcoin' รู้จัก 3 สกุลเงินดิจิตอลมาแรง และน่าติดตามส่งท้ายปี 2017 กินกล้วยมื้อเย็น ลดน้ำหนักได้จริงไหม ไขข้อสงสัยเรื่องที่คนไดเอตต้องรู้ เปิดข้อควรปฏิบัติ แต่งกายเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ผู้หญิงอนุญาตกางเกงขายาว 10 วิธีลืมเรื่องที่ไม่อยากจำ สลัดอดีตที่เจ็บช้ำให้หลุดไป การแต่งกายออกทุกข์ 30 ตุลาคม ควรแต่งอย่างไร ? กว่าจะเป็น Alibaba บริษัท e-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในจีน เตรียมตัวให้พร้อมกับเทศกาล 11-11 วันคนโสดจีน !! Xiaomi เปิดตัว Segway รุ่นประหยัด พร้อมทีวี 60 นิ้ว ในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของ วิธีดูเครดิต - ความน่าเชื่อถือ ของร้านค้าใน Taobao (เถาเป่า) และ 1688 Tmall.com น้องใหม่มาแรง ผู้เข้าชิงตำแหน่งเว็บไซต์ขายปลีกอันดับ 1 ของจีน Taobao (เถาเป่า) เจ้าของตำแหน่งเว็บไซต์ขายปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน !!
แพทย์เตือน! กินจุแต่ผอม สัญญาณอันตรายของโรคเบาหวาน

 แพทย์แนะกินอยู่รู้ทันป้องกันเบาหวาน

อธิบดีกรมการแพทย์ เผย โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายและยังมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่โรคเบาหวานไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากรู้จักควบคุมเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด และหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดช่วยลดเสี่ยงโรค

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เบาหวานเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตามปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและถูกขับออกมาทางปัสสาวะ เนื่องจากร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลินจากการที่ตับอ่อนผลิตไม่พอใช้หรือผลิตแล้วใช้ไม่ได้ตามปกติ เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่นานจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง ส่งผลทำให้หลอดเลือดเสื่อมเสียหายและทำลายอวัยวะส่วนปลายทาง เช่น ไต สมอง หัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ความดันโลหิตและไขมันสูงร่วมด้วย

โดยปกติในกระแสเลือดของเราจะมีน้ำตาลอยู่ในระดับที่พอดีสำหรับการนำไปใช้คือ 70-120 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากระดับน้ำตาลในเลือดเกิน 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ไตจะกรองน้ำตาลออกมาในปัสสาวะทำให้สามารถตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะได้ โรคเบาหวาน มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่พึ่งอินซูลินมักพบในเด็กหรือวัยรุ่น ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินทุกวันตลอดชีวิตถ้าขาดจะเป็นอันตรายได้ และชนิดที่ไม่พึ่งอินซูลินพบมากกว่าชนิดแรก ประมาณร้อยละ 90-95 ของคนไข้เบาหวาน มักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 40 ปี

สำหรับอาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อยและมาก ปัสสาวะกลางคืน คอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด ผอมลง อ่อนเพลีย เป็นแผลหรือฝีง่ายแต่หายยาก คันตามผิวหนังและอวัยวะสืบพันธุ์ ตาพร่ามัว ชาปลายมือปลายเท้าความรู้สึกทางเพศลดลง โดยมีสาเหตุมาจากภาวะน้ำหนักเกิน ความอ้วน ขาดการเคลื่อนไหวไม่ออกกำลังกาย และกรรมพันธุ์ มักพบโรคนี้ในผู้ที่มีบิดา มารดา เป็นเบาหวานลูกจะมีโอกาสเป็นเบาหวาน 6-10 เท่าของคนที่พ่อแม่เป็นเบาหวาน ความเครียดเรื้อรังทำให้อินซูลินทำงานนำน้ำตาลเข้าเนื้อเยื่อไม่เต็มที่ รวมถึงเชื้อโรคหรือยาบางชนิด เกิดร่วมกับโรคเนื้องอกของต่อมใต้สมองหรือต่อมหมวกไต เป็นต้น โรคเบาหวานถึงแม้ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังและมีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง แต่ก็สามารถป้องกันได้โดยการควบคุมระดับน้ำตาลและปัจจัยเสี่ยง เช่น บริโภคอาหารที่สมดุลกับสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เครียด และตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น

อธิบดีกรมการแพทย์ แนะ หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานควรเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดจากสถานบริการรักษาพยาบาลพื้นฐาน โดยก่อนตรวจจะต้องงดอาหารทุกชนิดยกเว้นน้ำเปล่าอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และควรดูแลสุขภาพเลือกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยมากขึ้น เช่น ข้าวซ้อมมือ รับประทานผักให้มากขึ้นเน้นรับประทานประเภทผักใบ เช่น ผักกาดขาว คื่นฉ่าย ตำลึง คะน้า เป็นต้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส จะช่วยให้ห่างไกลโรคได้

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :กรมการแพทย์

ภาพ :iStock

จาก : https://www.sanook.com/health/1873/

 

181      26-04-2018