บทความน่ารู้

สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง? รู้จัก OEM, ODM และ OBM ก่อนสั่งสินค้าจากจีน สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- เห็นเหมือนกันทุกอย่าง แต่ทำไมราคาต่างกัน? เปิดเบื้องหลังตลาดสั่งสินค้าจากจีน สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- MOQ กับการสั่งสินค้าจากจีน เรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- ขั้นตอนจด อย. สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน อัปเดตสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- สินค้าจากจีนที่คุณสั่ง...โดน มอก. บังคับหรือเปล่า? เช็กเลย! สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- ทำไมพ่อค้าแม่ค้าต้องจับตาเรทเงินหยวน? เพราะต้นทุนอาจเปลี่ยนได้ทุกวัน สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- รู้จัก Squishy ของเล่นยอดฮิตที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- สั่งสินค้าจากจีนแล้วสถานะไม่ขยับ เกิดจากอะไร? สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- สั่งสินค้าจากจีนแบบกิโล VS แบบคิว แบบไหนคืออะไร? สั่งสินค้าจากจีนกับ TCATBUY --- สั่งสินค้าจากจีนแล้วได้ของไม่ตรงปก ต้องเคลมยังไงให้ได้เงินคืน? ค่าตีลังไม้จากจีนแพงไหม? ก่อนสั่งสินค้าจากจีนควรรู้เรื่องนี้ ของติดศุลกากรจากจีน ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มไหม? รวมคำตอบที่คนสั่งสินค้าจากจีนควรรู้ สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- อยากสั่งสินค้าจากจีน เลือก Shipping ยังไงดี? คู่มือสำหรับคนเริ่มนำเข้าสินค้า สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- 7 เรื่องที่มือใหม่ควรเช็กก่อนสั่งสินค้าจากจีน สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- อยากสั่งสินค้าจากจีน ใช้เว็บไหนดี? เปิดลิสต์แพลตฟอร์มที่คนขายออนไลน์นิยม สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- เตรียมตัวยังไงก่อนช้อป 618 Taobao? คู่มือสำหรับคนสั่งสินค้าจากจีน สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- คุยเองก็ได้ ใช้ล่ามก็ดี! เปรียบเทียบการสั่งสินค้าจากจีนแบบไหนดีกว่า สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- 1688 คือเว็บอะไร? เหตุผลที่คนสั่งสินค้าจากจีนเลือกใช้เว็บนี้ สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- ฝากสั่ง VS สั่งเอง สั่งสินค้าจากจีนแบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณที่สุด สั่งของจากจีนกับ TCATBUY --- มือใหม่อยากขายของจากจีน ต้องรู้อะไรบ้าง? เจาะลึกต้นทุนที่ซ่อนอยู่ก่อนเริ่ม
แพทย์เตือน! กินจุแต่ผอม สัญญาณอันตรายของโรคเบาหวาน

 แพทย์แนะกินอยู่รู้ทันป้องกันเบาหวาน

อธิบดีกรมการแพทย์ เผย โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายและยังมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่โรคเบาหวานไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากรู้จักควบคุมเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด และหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดช่วยลดเสี่ยงโรค

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เบาหวานเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตามปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและถูกขับออกมาทางปัสสาวะ เนื่องจากร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลินจากการที่ตับอ่อนผลิตไม่พอใช้หรือผลิตแล้วใช้ไม่ได้ตามปกติ เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่นานจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง ส่งผลทำให้หลอดเลือดเสื่อมเสียหายและทำลายอวัยวะส่วนปลายทาง เช่น ไต สมอง หัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ความดันโลหิตและไขมันสูงร่วมด้วย

โดยปกติในกระแสเลือดของเราจะมีน้ำตาลอยู่ในระดับที่พอดีสำหรับการนำไปใช้คือ 70-120 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากระดับน้ำตาลในเลือดเกิน 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ไตจะกรองน้ำตาลออกมาในปัสสาวะทำให้สามารถตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะได้ โรคเบาหวาน มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่พึ่งอินซูลินมักพบในเด็กหรือวัยรุ่น ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินทุกวันตลอดชีวิตถ้าขาดจะเป็นอันตรายได้ และชนิดที่ไม่พึ่งอินซูลินพบมากกว่าชนิดแรก ประมาณร้อยละ 90-95 ของคนไข้เบาหวาน มักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 40 ปี

สำหรับอาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อยและมาก ปัสสาวะกลางคืน คอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด ผอมลง อ่อนเพลีย เป็นแผลหรือฝีง่ายแต่หายยาก คันตามผิวหนังและอวัยวะสืบพันธุ์ ตาพร่ามัว ชาปลายมือปลายเท้าความรู้สึกทางเพศลดลง โดยมีสาเหตุมาจากภาวะน้ำหนักเกิน ความอ้วน ขาดการเคลื่อนไหวไม่ออกกำลังกาย และกรรมพันธุ์ มักพบโรคนี้ในผู้ที่มีบิดา มารดา เป็นเบาหวานลูกจะมีโอกาสเป็นเบาหวาน 6-10 เท่าของคนที่พ่อแม่เป็นเบาหวาน ความเครียดเรื้อรังทำให้อินซูลินทำงานนำน้ำตาลเข้าเนื้อเยื่อไม่เต็มที่ รวมถึงเชื้อโรคหรือยาบางชนิด เกิดร่วมกับโรคเนื้องอกของต่อมใต้สมองหรือต่อมหมวกไต เป็นต้น โรคเบาหวานถึงแม้ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังและมีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง แต่ก็สามารถป้องกันได้โดยการควบคุมระดับน้ำตาลและปัจจัยเสี่ยง เช่น บริโภคอาหารที่สมดุลกับสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เครียด และตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น

อธิบดีกรมการแพทย์ แนะ หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานควรเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดจากสถานบริการรักษาพยาบาลพื้นฐาน โดยก่อนตรวจจะต้องงดอาหารทุกชนิดยกเว้นน้ำเปล่าอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และควรดูแลสุขภาพเลือกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยมากขึ้น เช่น ข้าวซ้อมมือ รับประทานผักให้มากขึ้นเน้นรับประทานประเภทผักใบ เช่น ผักกาดขาว คื่นฉ่าย ตำลึง คะน้า เป็นต้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส จะช่วยให้ห่างไกลโรคได้

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :กรมการแพทย์

ภาพ :iStock

จาก : https://www.sanook.com/health/1873/

 

3,276      26-04-2018